::: welcome to my little space :::

Please let me know that you have visited here by your comment.

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

หนึ่งคน สองคืน สามวัน#1

เมื่อลมร้อนพัดผ่านเข้ามากระทบทั้งกายและใจ ก็หยุดไม่ได้แล้วที่จะคิดถึงการออกเดินทางเที่ยวต่างจังหวัด อยากไปไกลๆๆๆๆๆ แต่จะไปไกลได้สักแค่ไหน ในเมื่อเวลาจำกัด และมีห่วงมากมาย เหอๆๆ แล้วในที่สุดความปรารถนานั้นก็เป็นจริงเมื่อตัดสินใจว่า ชั้นจะไป และแล้ว ก็ได้สถานที่ในใจ คือหาดแม่รำพึง ระยอง นี่แหละ ไม่ใกล้ ไม่ไกล หาที่พักไม่ยากในช่วงวันหยุดแบบนี้ ไม่เคยไปพัก ไปเที่ยวที่นั่น เคยแต่ผ่าน เมื่อกาลครั้งหนึ่ง จนนึกไม่ออก
15-17 เมษายน คือกำหนดการออนทัวร์ คิดตอนไหน ว่าจะไป >> กว่าสัปดาห์ก่อนสงกรานต์ แล้วตัดสินใจว่าจะไปแน่ๆ >> วันที่ 12 ใกล้สงกรานต์ อากาศยิ่งร้อน ใจก็ยิ่งรุ่มร้อนกว่า เลือกสถานที่ได้ตอนไหน >> วันที่ 13 เลือกได้ปุ๊บ โทรจองที่พักแถวนั้นปั๊บ แล้วก็ีมีคนโทรมาบอกทีหลังว่าจะเล่นน้ำสงกรานต์กัน ชั้นหละเซ็ง แต่ไม่ไปไม่ได้แล้ว ตอนนั้นใจไปอยู่ที่ทะเลแล้วหละ วันที่ 15 มัวแต่เถลไถล กว่าจะได้ขึ้นรถเกือบเที่ยง
ก่อนซื้อตั๋ว
"พี่คะ รถไปจอดสุดทางที่ไหนคะ" "น้องจะไปไหน" "หาดแม่รำพึงค่ะพี่ แถวก้นอ่าว" "เดี๋ยวบอกคนขับรถได้เลยน้อง ให้เขาไปส่งให้ เขาผ่านให้ได้ ค่ารถ 200" "โอเคพี่ ขอบคุณมากค่ะ" แล้วก็จ่ายตังค์ไป 200 พร้อมนึกในใจว่า เอาวะ ยังไงถ้าไม่ไปส่งเรา เรานั่งมาที่บขส.ระยองก็ได้ ถามมาแล้วนี่หว่าว่ามีสองแถวไปถึง ขึ้นรถ ระหว่างเดินทาง ว้าวววววววววว อาหารหู อาหารตา ตามมาบริการถึงในรถตู้ หนุ่มดูโอ จับคู่กันคุยกะหนุงกะหนิงเบาะด้านหน้าเราเลย แบบนี้ ต่อมจิ้นของชั้นจะได้พักผ่อนได้อย่างไรกัน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ว่างๆ ระหว่างเดินทาง อดีตก็ย้อนมาเป็นฉากๆ ครั้งแรกที่เที่ยวระยอง นานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ทริปชั้นปี ตอนปีสี่ อำลาความเป็นนิสิต ไปกันเกือบยกรุ่น ข้ามไปเที่ยวเสม็ดกันด้วย ภาพในความทรงจำย้อนกลับมา นึกออกกระทั่งว่า ใส่เสื้อใส่กางเกงตัวไหนไปเล่นน้ำ แล้วมีวีรกรรมวีรเวรอะไรกันบ้าง โฮะๆๆๆๆ ทำกันไปได้นะนั่น เสม็ดรอบต่อมา ตอนเรียนป.โท ไปกับรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จักกัน แต่ละคนดึงคนโน้น คนนี้มา
เพิ่งมารู้จักกันทริปนี้ก็หลายคน ไปกัน 13 คน สนุกสนานกับการกางเตนท์หลังใหญ่นอนชายหาด
แต่จะได้นอนรึ ในเมื่อผลัดกันเดินเข้าออก ยุงจะหาม ไปนั่งล้อมวง ร้องเพลง กันดีกว่า ทริปนั้นมีนักแสดงหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นแฟนรุ่นน้องร่วมทริปไปด้วย
แล้วมันก็ใช้ความหน้าตาดีมีคนรู้จักออกล่าเหยื่อ เอ๊ยยยย มะช่ายยยยยยย ออกไปทำความสนิทสนมกับพี่ๆที่เขามากันเป็นครอบครัวที่นั่งเล่นชายหาด
เราก็เลยได้ส้มตำมากินกันหลายครก จนในที่สุดพี่สาวใจดีก็บอกว่า
น้องๆ มาตำกันเองก็ได้นะพี่มีเครื่องมาเยอะ กร๊ากกกกกก จะเหลือเหรอพี่ เราก็เอาขนมซองๆ ทั้งหลายไปแบ่งให้ลูกๆพี่เขาแทนคำขอบคุณ และชวนน้องๆ ไปวิ่งจับปูชายทะเล มืดโคตรรรรรรรรร (เหอๆๆๆๆ ทำไมภาพในความทรงจำมันชัดเจนจังวะ แต่อยากจะบอกว่า พี่ๆ น้องๆ บางคนไม่เคยได้เจอกันอีกเลย จำชื่อไม่ได้แล้วนะเนี่ย) ครั้งล่าสุด ปี 48 ที่ผ่านมา ไปทำงานกึ่งเที่ยว ครั้งนี้ คนที่เป็น past tense ไปแล้วเป็นสารถีขับรถไปกันสองคน รีสอร์ตที่พักสวยมาก เป็นรีสอร์ตใหญ่ มีพื้นที่ให้เดินจนเมื่อย แต่เนื่องจากไปทำงานด้วย กลางวันต้องไปเป็นวิทยากรให้กับองค์กรหนึ่ง เลยมีเวลาเที่ยวแค่ตอนเย็นๆ กับวันสุดท้ายก่อนกลับเท่านั้น เสียดายความสวยของที่พักเหมือนกัน โว้ววววว ย้อนอดีตได้เยอะ ก็นะ นั่งรถตั้งสามชั่วโมง ฟังเพลงจนหูชา หลับก็ไม่หลับ มันก็เลยไม่รู้จะทำอะไรนี่หว่า
ถึงระยอง เลยละกัน มาถึงบขส.ระยอง เพื่อนร่วมทางก็ลงเกือบหมด เหลือแค่สองหนุ่มคู่วาย กะสองสาวพี่น้องที่อัธยาศัยดี คอยหยิบกระเป๋าเราหลบให้เวลามีคนจะขึ้นลงรถ น่ารักจริงๆ และกินกันเก่งจริงๆ เห็นน้องสาวสองคนนี้นั่งกินขนมสลับกับนอนหลับ นึกถึงข้อความขำว่า "นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก" เหอๆๆ ใช่เลย
(ขอโทษนะน้อง พี่ไม่ได้ว่า แต่นึกแบบฮาๆ นะเธอ) ผู้โดยสารที่เหลือทั้งหมดเว้นเราลงที่บ้านเพ เพราะจะต่อเรือไปเสม็ดกัน ที่รู้ดีก็ไม่ได้ถามพวกเค้าหรอกนะ แต่ว่า ได้ยินคนขับถาม เราเลยรู้ไปด้วย คนขับเลยบอกว่า งั้นไปส่งที่บ้านเพก่อน แล้วเดี๋ยวเข้าเส้นใน ย้อนกลับไปส่งเราที่ก้นอ่าว เราก็ได้แต่พยักหน้า เอาไงก็เอาวะ มาถึงนี่แล้วนี่หว่า อร้ายยยยยยยยยยยยย แต่อย่าเพิ่ง มันยังไม่หมดแค่นี้ ก่อนถึงท่าเรือ สองหนุ่มก็โชว์หวิวได้อีก ก็หนุ่มน้อยคนที่ตัวเล็กกว่า หน้าตาน่ารัก เขาเปลี่ยนเสื้อ จากเสื้อโปโล เป็นทีเชิ้ต
แล้วไอ้หนุ่มที่มาด้วยกันก็ช่วยถอดช่วยสวม ช่วยดึงเสื้อลง
สำรวจความเรียบร้อยและสวมแว่นกันแดดกลับไปให้ เอิ้กซซซซซซซ แล้วจะให้เราทำอะไรได้ นอกจากนั่งตาลาย จิ้นไปแล้วเรียบร้อย แบบนี้เรียกว่า ต่อให้หนีไปไหน ความวายก็จะตามคุณไปทุกที่ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาละนะ มาถึงที่หมายแล้ว แต่ก่อนถึง ก็โทรไปหาน้องที่เขารับจองที่พัก ถามทาง
ให้น้องเขาคุยกับคนขับ จนในที่สุดบ่ายสามโมงครึ่งกว่าๆ เราก็ได้เข้าที่พัก
เย้ๆๆๆๆๆๆๆ ชั้นมาถึงแล้วเฟ้ย
(เหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากจ่ายค่ารถไปสองร้อย) เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย ถ่ายรูปตัวเองด้วยมือถือ ฉากหลังคือที่พักและชายทะเลไกลๆๆๆ มองออกมั้ยนะ ส่งให้เลขาฯ คู่ใจ เพื่อแจ้งให้ทราบว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าได้หนีมาเที่ยวทะเลเรียบร้อยแล้ว อิอิ เดินไปหาอาหารมื้อกลางวันในเวลาเกือบสี่โมงเย็น เป็นร้านอาหารของรีสอร์ตที่เปิดบริการอยู่ฝั่งชายหาด มื้อแรก นั่งกินชิลๆ ชายทะเล เส้นหมี่ราดหน้าทะเล ต่อด้วย กะเพราทะเลราดข้าว เกลี้ยง! เพราะทั้งหิว ทั้งอร่อย แถมบรรยากาศดีสุดๆ ไม่ร้อนจัด ลมทะเลพัดเย็นดี หอมกลิ่นทะเลมากๆ เสียงคลื่นที่ไม่ได้ยินมานานมากมาย ท้องฟ้าที่เป็นสีฟ้า น้ำทะเลที่เป็นสีน้ำเงินจางๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น บอกกับตัวเองว่า ตัดสินใจถูกแล้วที่มาที่นี่... สิ้นสุดมื้อแรกริมหาด บ่ายสี่โมงครึ่งกว่าๆ อยู่ที่นี่มาชั่วโมงแล้วสินะ จ่ายค่าอาหารเรียบร้อย ถามถึงความอยู่รอดสำหรับมื้อต่อไป ถามเรื่องเส้นทางเล็กน้อย กลับไปห้องพักก่อนดีกว่า เพราะถ้าเดินเที่ยวริมทะเลตอนนี้ก็ร้อนเหมือนกัน รอเวลา เย็นอีกนิด ความตั้งใจ ที่ "ต้อง" มา "ทะเล" สำหรับทริปนี้
คือ เก็บบรรยากาศชายหาด ผ่าน viewfinder ของ E50 เพื่อรำลึกความทรงจำเกี่ยวกับทะเลของหลานรัก
และบรรยากาศแรกที่ตั้งใจคือ อาทิตย์อัสดง (อย่าได้หวังจะมาถ่ายอรุณเบิกฟ้า ณ ฝั่งทะเลแถวนี้ มันเป็นไปไม่ได้ เหอๆๆ) เดินกลับเข้าที่พัก โทรหาสายแรก รายงานตัวให้พี่ชายทราบ
(โทรหลังมื้ออาหาร เพราะรู้ว่า ยาวววววววววว อิอิ) และแล้วพี่ชายก็เรียกน้ำตาหยดแรกให้ออกมาเยี่ยมหาดแม่รำพึงด้วยความซาบซึ้งใจ พร้อมคำมั่นสัญญาว่าพบกันครั้งหน้า พี่ชายจะแสดงฝีมือ...ให้ฟัง (น้องไม่ลืมนะคะ รอ ร้อ รอ) นอนคุยกับพี่ชายที่ห้องพัก จนเกือบหกโมงเย็น เพลิดเพลิน จนพี่ชายบอกว่าได้เวลาไปถ่ายรูปแล้วนะ แบกเป้ขึ้นหลัง หยิบกล้องออกมา พร้อมก้าวย่างที่มั่นใจ ไปสู่เกลียวคลื่นและพื้นทรายที่อ่อนนุ่ม
(ทำไมมันดูเลี่ยนๆ ชอบกลฟะ)
บรรยากาศต่อจากนี้ไป จนถึงเวลาทุ่มตรง คำบรรยายใดๆ อาจไม่ดีพอ ท่านสามารถรับชม (แต่ไม่สามารถรับฟัง)เพิ่มเติม ได้จากลิงค์รูปที่ส่งไปแล้วนะจ๊ะ
ร่วมชั่วโมงที่เดินถ่ายรูป ฟังเสียงคลื่นเคล้ากับเสียงลมเบาๆ ภาพนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำทะเล พ่อแม่ที่ดูแลลูก เด็กๆ ที่เล่นทราย
หนุ่มสาวที่เดินหยอกล้อ หนุ่มหนุ่มที่ฝ่าเกลียวคลื่นด้วยกัน (มาทุกที่เลยวุ้ย ความวายเนี่ย)
สิ่งเหล่านี้ทำให้ถ่ายรูปได้อย่างมีความสุข และยิ้มได้ตลอดเวลา
<<ตอบคำถามคุณหลานไปว่า ทำไมถึงเลือกมาทะเล ซึ่งจริงๆไปที่อื่นก็ได้ และถึงมาทะเล นอนอ่านหนังสือที่ห้อง หรือนั่งเล่นริมหาดทอดอารมณ์ก็ได้ แต่ที่มีแรงใจเดินถ่ายรูปมากเป็นพิเศษกว่าทุกๆครั้ง เพราะมีเป้าหมายว่า จะถ่ายไปเพื่อใคร นี่เป็นข้อดีของการที่มีเป้าหมาย และรู้ว่าจะทำอะไรไปเพื่อใคร เพราะยอมรับเลยว่า สำหรับทริปพักกายพักใจนี้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อคุณหลาน ก็คงไม่ได้รูปมาเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะรูปวันที่สอง (เรื่องเล่าจะมาตอนหน้านะจ๊ะ) แต่คงนั่งชิลๆ ชายหาด กินขนม ดื่มเครื่องดื่ม และอ่านหนังสือที่หอบไปด้วย 3 เล่ม (ได้อ่านจบเล่มเดียวเอง)
ตัดกลับมาที่ชายหาด เวลาทุ่มตรง ตอนไปถ่ายรูป เดินย้อนไปต้นหาด โดยเดินริมชายทะเล แต่ขากลับ มืดแล้ว ไม่เดินแล้วชายหาด เดินริมถนนดีกว่า นับได้ 538 ก้าว ก็กลับมาถึง ร้านอาหารที่สั่งรายการอาหารไว้ล่วงหน้าแล้ว มื้อนี้เป็นข้าวไข่เจียว กับ ต้มยำทะเล อาหารยังอร่อยเหมือนเดิม และก็กินเกลี้ยงเหมือนเดิม ฮ่าๆๆๆๆ อิ่มแล้วก่อนกลับห้อง แวะซื้อเครื่องดื่ม และนมถั่วเหลืองติดกลับไปแช่ตู้เย็นสี่ห้าขวด
ตุนไว้ก่อน เผื่อหิวรอบดึก หุหุ ถึงห้อง รอให้อาหารเย็นย่อยสักนิด ได้เวลาทำตัวหอมๆ ค่ำคืนแรกยังอีกยาวนานนัก ขอพักไว้แค่นี้ก่อน แล้วจะมาเล่าต่อ ตอนที่ 2 นะจ๊ะ //กอดแน่นๆ ^^

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

PC จากหมีน้อยแดนไกล


ขอบคุณมากๆ นะจ๊ะ สำหรับ PC ที่ถ่ายรูปเอง อะไรเอง ทั้งหมดทั้งมวล เป็นปลื้มมากจ้า แล้วก็อยากโชว์อ้ะ!!!

ใครไม่ได้ ได้โปรดอย่าน้อยใจไป แบ่งปันกันดูแล้วน้า (เจ้าตัวไม่อยากให้โชว์ก็เพราะแบบนี้ปะ!!!)

แต่ที่สงสัยยิ่งนัก ก็คือ ข้อความด้านหน้า PC

"ไม่ว่าดอกไม้จะทรานสฟอร์มหมีน้อยอย่างไร หมีน้อยก็ไม่มีวันสะทกสะท้าน"

ใคร ไหน ดอกไม้ ไม่มี้ ไม่มี มีแต่ ผีเสื้อ นี่นา หุหุ!!

แล้วก็นะ นะ นะ นะ "ความแน่นอน (ที่สุด) ก็คือความไม่แน่นอน"

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
//กอดแน่นๆ
^^

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

Why Men Can't Win

สวัสดีปีใหม่ไทยทุกคนเจ้าค่ะ

หนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ชายทะเลมา
(เย็นจริงๆก็วันกลับนั่นหละ เพราะฝนตกกระหน่ำตั้งแต่หัวค่ำ จนเช้า)

ตั้งใจว่ากลับมาแล้วจะเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องราวของหนึ่งคนกับสองคืนและสามวันอันแสนสั้น หุหุ
ยังไม่อยากกลับเลย อยากนั่งเล่น นอนเล่น เดินเล่นอยู่ที่นั่นอีกสักสองสามวันคงจะดี

จดบันทึกอะไรไว้(ในสมอง)เยอะแยะมากมาย ที่กลัวพลาด กลัวลืม ก็ขีดๆเขียนๆไว้ในสมุด
แต่พอดูอีกที เฮ้ย! ทำไมมันเยอะจริงฟะ เริ่มขี้เกียจพิมพ์ซะแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

แต่วันนี้ขอแปะเรื่องที่ได้รับอีเมลมาจากเพื่อนรุ่นพี่ต่างแดนคนหนึ่ง
(ลูกสาวของพี่เขาสวยมากๆ ใครจำ เทย่า โรเจอร์ ได้บ้าง หน้าคล้ายกันมากเลย
ตัวพี่เขาก็หล่อโคดๆ หนุ่มไทยชิดซ้าย ชิดขวาไปเลยทีเดียว อิอิ)


HAVE YOU HEARD? Why Men Can't Win


If you work too hard, there is never any time for her.

If you don't work enough, you're a good-for-nothing bum.


If she has a boring repetitive job with low pay, it's exploitation

If you have a boring repetitive job with low pay, you should get off your butt and find something better.


If you get a promotion ahead of her, it's favoritism.

If she gets a job ahead of you, it's equal opportunity.


If you mention how nice she looks, it's sexual harassment.

If you keep quiet, it's male indifference.


If you cry, you're a wimp.

If you don't, you're insensitive.


If you make a decision without consulting her, you're a chauvinist.

If she makes a decision without consulting you, she's a liberated woman.


If you ask her to do something she doesn't enjoy, that's domination

If she asks you, it's a favor.


If you try to keep yourself in shape, you're vain.

If you don't, you're a slob.


If you buy her flowers, you're after something.

If you don't, you're not thoughtful.


If you're proud of your achievements, you're an egotist.

If you're not, you're not ambitious.


If she has a headache, she's tired.

If you have a headache, you don't love her anymore


ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ลองมองต่างมุม แบบเขาบ้าง ก็จริงเนอะ งุงิ งุงิ
^^

ปล ขยันเมื่อไร คงได้มาเล่าเรื่องราว ณ หาดแม่รำพึงให้ฟังนะจ๊ะ จุ๊บๆ

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

คลื่นแทรก>>หนักอก หนักใจ และ...

จะครบเดือนแล้วนะ
ไม่อยากจะทนแล้วเว้ยยยยยยยยยยยยยยย
อย่าคิดว่าชั้นไม่ได้รับผลกระทบนะนั่น

ปากไม่ตรงกับใจ
คิดแบบหนึ่ง พูดออกมาอีกแบบหนึ่ง
เรียกร้องในสิ่งที่ไม่ได้ต้องการจริงๆ
แบบนี้เรียกว่าไม่จริงใจที่จะหาทางยุติปัญหานี่หว่า

คลิก คลิก คลิก >> หนักแผ่นดิน

คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน

ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย

คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย
แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเช่นทาสของมัน

(สร้อย) หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)


คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง

คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง
ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ที่ชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน

(สร้อย) หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน(หนักแผ่นดิน!)


คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู
เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน

คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ
เกื้อหนุนอคติเชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา

(สร้อย) หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)

ฟังเพลงนี้แล้วคุ้นอ้ะ พฤติกรรมใครกันบ้างฟะเนี่ย

เฮ่ออออออออออออออออออออออออออออ


วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

เรื่องเด็กๆ

สวัสดีค่ะ

"เปิดบล็อกใหม่ เปิดบ้านใหม่ ใครผ่านมา เชิญทักทายกันได้ตามอัธยาศัยนะจ๊ะ"

"ยินดีต้อนรับทุกท่านจ้า"


เย็นวันพุธที่ผ่านมาได้มีโอกาสนั่งกินขนมพร้อมกับดูรายการทีวีสำหรับเด็กทางช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณรายการหนึ่ง

เชื่อว่าหลายๆคนก็ได้เคยดูรายการนี้มาแล้วแน่ๆ

ตอนที่เริ่มรายการ ตามธรรมเนียมทีวีของไทยก็ต้องบอกว่าเป็นรายการประเภทใด


เออนะ! มันเป็นรายการสำหรับเด็กเล็กอายุ 3-5 ปี

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดังนั้นเราจึงรีบเปลี่ยนช่อง เหรอออออออออออออออ

มิใช่เลย แต่ว่าเราก็นั่งดูต่อไปจนจบต่างหาก

ระหว่างที่ดูพอดีกับที่คุณแม่เดินเข้ามาในรัศมีการสนทนา

เราเลยพูดกับแม่ว่า

"ดูวันนี้อายุเหลือแค่ 3 ขวบเองแม่ ถ้าดูพรุ่งนี้อีกรอบก็เท่ากับ 4 ขวบ พอมะรืนถ้าได้ดูอีกก็ 5 ขวบละ"

แม่ทำหน้างงๆ คงสงสัยมันมาอารมณ์ไหนฟะเนี่ย

แล้วแม่ก็บอกว่า "ไม่มีอะไรดูแล้วเหรอ"

เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แม่จ๋า แม่น่าจะถามหนูว่า วันนี้มาดูืทีวีได้ไง ไม่นั่งหน้าคอมแล้วเหรอต่างหากล่ะจ๊ะ


เนื้อหาของรายการวันนั้นเป็นเรื่องของสัตว์หลายประเภทเหมือนที่เราเคยดูมาเมื่อหลายๆๆๆปีก่อน หุหุ
เริ่มที่เจ้าหมี(มั้ง)ไปเก็บกรวยกรอกน้ำได้ แต่ไม่รู้จักว่าเป็นอะไรก็เลยเอามาทำเป็นหมวก พอเดินมาเจอสัตว์ตัวอื่น
จำไม่ได้แฮะว่าตัวอะไร มันมีทั้งกระต่าย ลิง หนู เยอะแยะไปหมด (ตัวไหนมันออกมาก่อนก็ไม่รู้)
สัตว์แต่ตัวก็อยากได้หมวกบ้าง ซึ่งแต่ละตัว ก็จะเดินไปเจอวัสดุต่างๆกัน เช่น ชาม กระดาษ
ก็เอามาทำเป็นหมวก สัตว์แต่ละตัว ก็เลยมีหมวกที่ต่างกัน เอามาโชว์ฺกัน
จบเรื่อง นิทานเรื่องนี้สอนอะไรกันนะ
อืมมมม เขาก็บอกว่า ไม่ได้สอนอะไร แต่บอกให้รู้ว่า เราอาจประยุกต์วัสดุต่างๆมาทำหมวกได้ อะไรประมาณนี้

ดูจบแล้ว มันมีสาระไหมหนอ
ในมุมมองของเรา เราเห็นการแบ่งปัน
เพราะเจ้าหมี สัตว์ตัวแรกที่ได้หมวก(กรวยน้ำ)มาก็บอกสัตว์ตัวต่อมา ว่าไปเจอหมวกที่ไหน
สัตว์แต่ละตัวก็ไม่หวง ไม่ห้าม แต่บอกต่อสัตว์ตัวอื่นๆว่าตัวเองไปได้หมวกในแบบของตัวที่ไหนมา

แม้สุดท้ายบทสรุปของนิทานจะบอกว่าไม่ต้องคิดมาก แค่หมวกเท่านั้น
แต่ดูจบแล้ว ความรู้สึกเราไม่ีจบแฮะ อยากดูต่ออีก หุหุ
และก็อยากกลับเป็นเด็กจัง
เพราะถ้าเราดูรายการนี้แบบเด็กๆ เราก็คงไม่ต้องคิดอะไรเลย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไร เราก็แค่ฟัง คิดตามตามประสาเด็กที่จะคิดได้ และก็อาจจะเชื่อตามนั้น

แต่พอดูแบบไม่เด็ก บอกได้แค่ว่า อิจฉาเด็ก 3-5 ขวบจังเลย

ทำไมนะ พอเราโตๆกันแล้ว ต้องคิดมาก คิดเยอะ มีเรื่องให้คิดมากมายขนาดนี้ด้วย
แล้วครั้นจะไม่คิดก็จะกลายเป็นคนไร้หัวคิดอีกหรือเปล่า เหอๆๆๆ

แต่ยังไงๆก็กลับไปเป็นเด็กไม่ได้อีกแล้ว
เพราะฉะนั้น สู้ๆ สู้ๆ สู้ๆ เนอะ


อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากินร่าเริงแจ่มใส
เราเบิกบานรีบมาเร็วไว ยิ้มรับวันใหม่ยิ้มให้แก่กัน
เพื่อนๆ พร้อมหน้า พี่น้องพร้อมหมู่
ต่างมาดูรายการสุขสันต์
เจ้าขุนทองขับขานแล้วนั่น เจ้าขุนทองขับขานแล้วนั่น
เพื่อนผองมากัน ยินดีปรีดา

บ้างร้อง (บ้างร้อง) บ้างเล่น (บ้างเล่น)
ทั้งเต้น.. ส่งภาษา..
ขับขาน.. เจรจา..
เริงร่า.. กับขุนทอง

เจ้าขุนทอง (ฮุยฮา ฮุยฮา) เจ้าขุนทอง (เจื้อยแจ้วเจรจา)
^^
ปล ประเดิมบล็อกใหม่แบบมึนๆแฮะ หุหุ